2006/Feb/20

วันก่อนผมเถียงกับเพื่อนสนิทคนนึงค่อนข้างดุเดือด

มูลเหตุมันเกิดจากที่ผมยัง คบหา กับสาวคนนึง ... ในฐานะเพื่อน
ไม่ใช่เพื่อนสนิทครับ แต่เป็นเพื่อนธรรมดา ... เฉียดไปทางคนรู้จักด้วยซ้ำ ในความรู้สึกของผม
แม้ว่าเธอคนนั้นจะไม่ได้คิดกับผมในแง่เพื่อนก็ตาม

เมื่อเธอชวนออกไปกินข้าวปกติ ผมพยายามปฏิเสธเนื่องจากไม่ได้รู้สึกต่อเขาเป็นพิเศษ แต่เมื่อเธออ้างถึงเหตุผลที่ต้องการความช่วยเหลือจากผม โดยเอ่ยถึงหนังสือที่ผมรู้จักดีแล้วต้องการให้ผมไปช่วยเลือกให้ ผมเลยตัดสินใจไปพบกับเธอวันนั้นเพื่อไปช่วยซื้อของ จากนั้นเราก็เดินคุย และกินข้าวกันนิดหน่อยก่อนแยกจากกัน

เรื่องโดยสังเขปเกี่ยวกับประเด็นที่จำเป็นต้องรู้ก่อนอ่าน Entry นี้ ก็มีเพียงเท่านี้ ...

ปัญหาก็คือ เพื่อนผมหาว่า "มึงกำลังให้ความหวังแก่เธอ ให้เธอตัดใจไม่ได้" ผมจึงกลายเป็นคนที่ทำผิดไปสำหรับกรณีนี้ (สำหรับมัน) กลายเป็นพวกนักบอล เพราะชอบ "เลี้ยง" ลูกไม่ยอมปล่อยนั่นเอง
.
.
.
มนุษย์เรานี่ ถ้าไม่ซ้ายจัดก็มักจะเลือกขวาจัดอยู่สองฟาก
ถ้าไม่ได้คิดในแง่แฟน ก็ต้องละทิ้งความสัมพันธ์ทั้งหมดเลยเหรอ?

คำถามครับ

หากมีเพื่อน หรือ น้องสาว (หรือพี่ชาย) คนละสายเลือดที่คุณรู้จักกันนานหลายปี อะไรๆ ก็ดูราบรื่นไปหมด แต่แล้ววันหนึ่งความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามก็เปลี่ยนแปลงไปในแง่ที่คุณไม่รู้สึกรื่มรมด้วยกับมัน คือเขาเกิดความรักใคร่คุณฉันชู้สาวแล้วสารภาพออกมาให้ได้รับทราบทางแววตา คำพูด และการกระทำ หากแต่คุณมิได้รู้สึกคล้อยตามไปในทำนองเดียวกัน คุณจะเลือกทำอย่างไร ?

  1. คุณลองเปิดใจมองเขาในแง่นั้นบ้าง เผื่อว่าคุณจะได้คนที่เข้าใจกันและกันได้ดีที่สุด
  2. คุณควรหลบจากเธอไป ทำตัวเหินห่างไปทีละนิด และเลิกติดต่อเขา เพื่อให้เขาหันไปหาคนที่รักเขาและตัดใจจากคุณได้
  3. คุณก็ไม่ต้องพูดอะไรกับเธอเลย แต่คุณก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คบกันเธอต่อไปด้วยสถานภาพเดิมๆ เช่น เพื่อน หรือพี่น้อง และแน่นอน คุณไม่มีวันเปลี่ยนจุดยืนของสถานะที่กำลังเป็นอยู่

เลือกข้อ 1
คุณเป็นคนที่ฉลาดครับ คุณไม่ปิดกั้นโอกาสตัวเองด้วยบทบาทหรือภาพพจน์ลวงๆ ที่คุณกำหนดขึ้นมาในหัว ถ้าเราลองทำใจให้กว้าง เราจะสังเกตได้ง่ายๆ ว่า ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ (และอยู่ทุกขณะ) ไม้เว้นแม้แต่ความสัมพันธ์ ... วันหนึ่งคุณกับเพื่อนเคยสนิทกันมาก อีกสามปีถัดไป คุณอาจเฉยชา คุณได้เพื่อนใหม่ที่ดีกว่าเขา เขาได้หายไปจากชีวิตคุณ หรือบางครั้งเขาก็กลายเป็นไอ้ตัวร้าย เป็นศัตรูกัน และอีกหลายๆคราว เราก็ยังซี้ปึ๊กกันเหมือนเดิม ... คนเคยเป็นเพื่อนต่างเพศเมื่อเริ่มรู้จัก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพี่ชายน้องสาว แล้วก็กลายเป็นแฟน มีถมไป

ขนาดลูกบุญธรรมยังกลายเป็น คู่สมรส ได้ตามกฎหมายเลยครับ

ตราบใดที่มีเหตุผลพอเพียงที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นคนดี และคุณก็ไม่ได้คิดอะไรเล่นๆ ชั่ววูบ ... การรอคอยนี้ คือขั้นตอนการทลายกำแพงปิดกั้นระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นการเรียนรู้กัน (ข้อนี้จะสอดคล้องกับคำตอบข้อ 3)

เลือกข้อ 2
โลกนี้คงไม่ใช่ละครที่มีแต่บุคคลประเภทพระเอกหรือนางเอกหนังไทย ที่ชอบเสียสละบูชายัญให้ตัวเองเจ็บช้ำ ปล่อยเขาไปด้วยน้ำตาในทีแรก ... แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ได้หวนกลับมาสานสัมพันธ์อย่างแนบแน่น ท่ามกลางฉาก Happy Ending มีเสียงดนตรีคลอ โดยมีนางเอกอยู่ในอ้อมอกพระเอกใต้แสงอาทิตย์อัสดง

70% หากคุณลองตัดใครไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็คือ ความสัมพันธ์นั้นจบเห่ครับ เตรียมน้ำใบบัวบกไว้ซดเลยครับ(หรือไม่พอรู้ตัว ก็ซดน้ำใต้ศอกคนอื่นไปเรียบร้อย) อย่าหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะกลับคืนมาหลังคุณลงทุนผลักไสเขา ...

ผู้เลือกชีวิตที่ยินดีกับการหนี เขาย่อมต้องคอยหนีและถูกทอดทิ้งอย่างไร้สาเหตุอยู่ร่ำไป

กระนั้น มันก็จะไปเกี่ยวพันกับ ข้อ 3 ตรงที่ว่า โลกนี้ควรมีจุดกึ่งกลาง ที่จะต้องไม่ ซ้ายจัด หรือ ขวาจัด เกินไป... ย้อนกลับไปคำถามเดิม "ถ้าคุณไม่คบเขาเป็นแฟน คุณก็จะต้องทำตัวให้เหินห่าง หรือว่าต้องตัดเขาทันที"
คุณไม่จำเป็นต้องได้อย่าง แล้วต้องเสียอย่าง แบบเพลงของอัสนีวสันต์ ... เพราะคุณไม่ได้ปวดอึ ถึงต้องเร่งปล่อยของเสียซะขนาดนั้น มันคุ้มค่าหรือมันเป็นความวู่วาม?

หยุดตัดสินแทนคนอื่น โดยเฉพาะคนสำคัญ !
คบกับเขาไปแบบเดิมนั่นแหละครับ ถึงจะรู้ว่าเขารัก และไม่เหมือนเดิม เราก็ยังคบหาสมาคมกันได้ ... ด้วยความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ อันเป็นรากฐานที่คุณกับเขาเคยก่อร่างกันมา ไม่ว่าจะด้วยฐานะใดในอดีตก็ตาม

แต่ปรับเสียหน่อยครับ

"ซื่อสัตย์ต่อเธอ" ด้วยการ เอ่ยปากบอกเธอ แบบชัดถ้อยชัดคำว่า "คุณคิดกับเธอแค่เพื่อนหรือน้องสาว" เพื่อให้เธอได้รับรู้และยอมรับความเป็นจริง และถึงเธอจะเสียใจน้ำตาร่วง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของตัวเธอที่ต้องจัดการชีวิตเอาเอง ไม่ใช่กิจธุระของคุณที่จะต้องแบกภาระในปฏิกิริยาความคิดของผู้อื่นอยู่แล้ว (แค่ตัวเองยังเอาไม่รอดเลยครับ) ลองแยกแยะให้ดีว่าสิ่งไหนที่เราจัดการได้ และสิ่งไหนที่อยู่นอกเหนือปัจจัยการควบคุม

หลังจากนั้น ถ้าเธอยังไปมาหาสู่ สมาคมกับคุณอยู่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือ เธอยังคงแสดงเจตจำนงเดิมของเธอกับคุณต่อไป คุณก็สามารถรักษาความสัมพันธ์แบบเก่าๆ ให้เหมือนเดิมทุกอย่างราวกับคุณไม่เคยทราบเรื่องดังกล่าว พูดคุยได้ ออกไปเที่ยวสองต่อสองได้ แต่รักษาระยะไว้ให้ดี แล้วก็อย่าพูดจาสนองคำหยอดที่หมิ่นเหม่ไปในแง่ชู้สาว อันเป็นการให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ต่ออีกฝ่าย ...

จนกว่า คุณจะรักเขา (ตามเงื่อนไขข้อ 1) หรือ เขาจะตัดใจจากคุณแล้วไปหาแฟนใหม่ได้ (โดยยังรักษามิตรภาพอันดีไว้กับคุณ)

เพียงเท่านี้ คุณก็จะพ้นคำครหา เช่นว่า "เลี้ยง" "ให้ความหวัง" "ประวิงเวลา" บลาๆๆๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่คนรอบข้างจะมากรอกหูคุณ

"เป็นชัยชนะที่ไร้ราคี"


ทำไมคนเรามักกล้าที่จะตัดความสัมพันธ์ได้อย่างเด็ดขาด กล้าที่จะปลีกตัวหนีออกมา ...
ปล่อยให้คนที่ถูกทิ้งเฝ้ากังวลและไม่เข้าใจ กับความผันแปร

แต่กลับไม่กล้า "ซื่อสัตย์ต่อตนเอง" ที่จะบอกความจริงอย่างตรงไปตรงมากับเธอ ?



ปล. สังเกตอะไรไหม ? แม้แต่ choice 3 ข้อก็ยังไม่มีคำตอบที่เป็นสูตรสำเร็จภายในข้อเดียวกันเลย

Gow27

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นตัวเลือกที่ดีนะ
ถ้าตัวเองเป็นผู้หญิงคนนั้นคงรู้สึกขอบคุณ

แต่ถ้าอยู่ๆ โดนทิ้งหายไปเลย
คงเสียความรู้สึกมากมาย
เหมือนเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจน่ะ
ก็แค่มีใจ มีความรู้สึกดีๆให้
แค่นั้นเอง ดันมาทิ้งกันซะได้
#1  by  ~daybreak~ At 2006-02-20 23:54, 
ไร้ข้อโต้แย้งครับ

ชื่อเหมือนกัน ทำไมยังต้องคิดเหมือนกันด้วยเนี่ย
ก็อย่างนั้นจริงๆน่ะครับ.. ก่อนอื่นต้องมาดูที่ใจเราก่อนว่า เราไม่ได้คิดอะไรกับคนๆนั้นจริงใช่ไหม แล้วความช่วยเหลือที่เราทำก็เป็นไปด้วยความบริสุทธ์ใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง ถ้าใช่.. แล้วปฎิกิริยาของอีกฝ่ายยังเหมือนว่า ตั้งความหวังลมๆแล้งๆไปเอง ผมว่าแบบนี่ เราไม่ผิดนะ เขาคิดไปของเขาเองจะให้ทำไง และเขาก็รู้แล้วว่าเราไม่ได้มีใจให้ แต่มารอความหวังเอง .. ก็คงต้องบอกว่าช่วยไม่ได้แล้วล่ะนะครับ

แบบนี้โลกนี้คงไม่มีใครให้เราคบได้แล้วมั้ง.. คนที่ไม่ชอบหน้าเรา ก็คบกันไม่ได้ - เข้ากันไม่ได้ .. คนที่ชอบเรา ก็คบไม่ได้ - เพราะ เดี๋ยวคบไปเขาจะคิดมาก มีความหวังมากเกิน .... ฟังแล้วขำๆดี

ถ้าให้ถามว่า แล้วฝ่ายที่คิดมากไปเองนั่นควรจะทำยังไง ? ก็คงต้องบอกว่า ต้องทำใจ และ เข้าใจว่าเราควรจะอยู่จุดไหน ไม่ใช่ดื้อแพ่ง เอาอารมณ์และความรู้สึกตัวเองเป็นที่ตั้ง หวังอะไรลมๆแล้งๆอยู่อย่างนั้น หรือ อ้างว่า "ก็คนมันรักนี่นา จะให้ทำยังไง.." ขอโทษเถอะ.. โลกความเป็นจริงนี้ไม่ใช่นิยายรักประโลมโลกที่คุณจะเอาคำว่า "รัก" มาอ้าง แล้วอะไรๆมันจะดีและสมเหตุสมผลไปเสียทั้งหมดหรอกนะ
#3  by  ข่าน At 2006-02-21 01:44, 
สถานการณ์ของแต่ละคน คนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมรู้ดีที่สุดครับ
อย่าไปเอาคำพูดคนที่ไม่ได้เข้าใจหรือยุ่ในวินาทีที่เราได้สัมผัสตรงนั้นเพราะ แม้จะหลักการดีเพียงใด แต่มันก็แค่หลักการสวยหรูให้ดำเนินชีวิตจริงๆไม่ได้หรอก
ขอแค่ตัวเก้ารู้ว่ากำลังทำอะรอยู่ ไม่ได้คิดจะทำสิ่งที่มันผิดหรือสิ่งที่ทำแล้วเดือดร้อนไปถึงคนอื่นรอบข้างหรือแม้กระทั่งคนที่เค้ามองเราไม่เข้าใจก็พอครับ
ป.ล. สวยหรูและหลักการหรือความเข้าใจแต่ภายนอก ถ้าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆเป็นใครก็พูดให้มันดูดีได้ทั้งนั้นแหละ
#4  by  Giorno At 2006-02-21 02:21, 
แบบนี้
กรณีที่เราเป็นคนที่ถูกชอบ..แต่เค้าไม่ได้ทำให้เราอึดอัดใจ
เราคงคบต่อ เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง..ยังคุยกันได้
แต่ถ้าเค้าพยายามรุกไม่สิ้นสุด ..กลายเป็นฝ่ายเราที่ต้องกดดัน
มันก็คงหมดใจจะอดทนเหมือนกัน

ถ้ามองในกรณีที่เรามีแฟน
แล้วแฟนไม่พอใจว่า ทำไมยังไปให้ความหวังคนนั้น ... ความระแวง ก็ยังมีในคู่รักที่รักกันมากเสมอหละค่ะ กลัวว่าคนที่ใกล้ชิดคนนั้น วันนึงเค้าเกิดเราไม่ปล่อยไป อาจได้มองเห็นข้อดีกันขึ้นมาจริงๆก็ได้ ซวยตายห่า

กล้าซื่อสัตย์ต่อตัวเอง กล้าบอกความจริง และถ้าเพื่อความสบายใจของตัวเราเอง คนที่เรารัก (ซึ่งการที่จะมาเข้าใจเรื่องแบบนี้มันยากกกกก กว่าจะเข้าใจคงทะเลาะกันตายก่อน)
ถ้าแบบนั้น
สู้กล้าตัดใจตัดความสัมพันธ์ไปซะดีกว่า
เจ็บ 1 ยังดีกว่า เจ็บทั้ง 3 นะคะ

อย่างดีก็ควรเป็นแค่เพื่อนห่างๆ ให้เค้าได้ไปมองคนใหม่บ้าง
หวังว่าคงไม่อึกๆอักๆเสียดาย คนที่เราบอกว่า บริสุทธิ์ใจแล้วนา
To First: อันนั้นเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องว่ากันไปตามบุคคลและเหตุการณ์
#6  by  Gow27 At 2006-02-21 10:17, 
รู้สึกพี่จะเน้นคำว่า รักกับลูกบุญธรรม จังนะ
(แถมน้ำลายเยิ้มอีก)
#7  by  ~Trigger~ At 2006-02-21 11:13, 
มีสิ่งหนึ่ง ที่เป็นเหตุเป็นผลนะ

ถ้าคนที่เราชอบ ทำสิ่งที่แสนจะปกติธรมดา กับเรา เราจะรู้สึกดีมากกว่าที่ คนอื่นทำ ทั้งๆที่เป็นสิ่งเดียวกัน

เช่น ผมชอบผู้หญิงคนนึง แล้วทุกครั้ง ที่ได้เจอกัน เขาทักทายผมบ้าง ตามมารยาททั่วไป

ในความรู้สึกของผม คงเป็นแบบ

"โอ้ว!! ทักกูด้วยยยยยยย "

ทั้งๆที่ถ้าเปลี่ยนจากผู้หญิงคนนั้น เป็นเจ้าของ blog นี้ ทักทายผม ผมคงไม่รู้สึกพิศวาสแต่อย่างใด....

ตรงนี้นั่นแหล่ะ ที่เป็นประเด็น ทำให้ถูกมองว่าให้ความหวัง

ถึงเจตนาเราจะไม่ได้ให้ความหวังกับเขา
แต่การกระทำ แม้เพียงเล็กน้อย ปกติ ธรรมดา สามัญของเรา ก็คงทำให้เขารู้สึกดี เล็กๆ น้อยๆ บ้าง


สิ่งที่ผมเห็นด้วยกับก้าว ใน blog นี้คือ

มันอยู่ที่ "ความซื่อสัตย์" ทั้งต่อตัวเอง และคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เขารู้สึกดีๆกับเรา หรือ เรารู้สึกดีๆกับเขา ก็ตาม


แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า
ซื่อสัตย์ ในแบบแปลกๆ เช่น

ผมคบกับผู้หญิง คนนึงอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน
แล้วก็มี ผู้หญิงอีกคนนึงเขามา
ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่า ผมคบกับคนๆนึงอยู่แล้ว
แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ หรือตั้งแง่ แต่อย่างใด


เหตุการณ์ข้างต้น ? ควรทำอย่างไร
ถ้าจะคบหากันต่อไปเรื่อยๆ คาราคาซังแบบนี้

มันคงขาด สิ่งที่เรียกว่า "ความซื่อสัตย์" ไป
ไม่กับทางใด ก็ทางหนึ่ง

สิ่งสำคัญ อยู่ที่ "ความซื่อสัตย์" จริงๆนั่นแหล่ะ
กับตัวเรา
หรือ
กับคนอื่น :)
#8  by  Gomora (202.91.23.1) At 2006-02-21 13:45, 
ยังไงดี ... กิ๊เลือกข้อ 1
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคบด้วย ...

การให้ความหวังมันร้ายสุดๆเลยนะคะพี่เก้า แต่ตัวกิ๊เองก็ทำมาตลอดแหละ ... บางทีมันอยู่ในสถานะที่ปฏิเสธไม่ออกจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ...

ใช้บริเกาเตอกิล่าสิคะ ...
(ตูมาโฆษณาให้เค้าอีกแล้ว กร๊าก ~)
#9  by  Ki At 2006-02-21 17:06, 
กิ๊ไปประมาณปี - 2 ปีน่ะค่ะพี่เก้า
#10  by  Ki At 2006-02-21 17:18, 
รู้สึกอะไรก็บอกไปตรงๆ จะเก็บเงียบทำไม
#11  by  ||*Just JaZZ*|| At 2006-02-23 10:09, 
เลือกข้อ 1 กับข้อ 3 สองข้อได้มั้ยครับ

แต่เจอจริงๆทีไร ออกมาเป็นข้อ 2 แบบอัตโนมัติทุกทีเลย เหอๆ (เป็นอะไรก็ไม่รู้)
[quote]
ขนาดลูกบุญธรรม ยังกลายเป็นคู่สมรสได้ ตามกฏหมายเลยครับ [/quote]
เอ รู้สึกจะจริงจังกับบรรทัดนี้เป็นพิเศษน่ะครับ หรือว่านี่เป็น Project ที่วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
#12  by  Detonator At 2006-02-23 18:24, 
ตอนนี้... ใช้วิธีที่ 3 กับ คนที่มาสนใจอยู่ครับ... เรายังเป็นเพื่อนสนิทกัน เพียงแต่ฉันไม่ได้ชอบเธอแบบที่เธอคิดกับฉัน...

และฉัน ก็ไม่เคยให้ความหวัง หรือ ทำอะไร ที่เป็นลักษณะ จีบ หรือ ชอบเธอ นอกไปจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง...
#13  by  Phoenixนิลมังกร (61.91.193.221) At 2006-02-26 02:41, 
โว้ย พิมอย่างยาวแล้วหาย =[]=!! อีกทีก็ได้

มาตอบพี่เก้าต่อจากบล้อกปลา
คือว่าปลาเข้าใจว่าพีทเป็นคนขี้รำคาญกับขี้เหงาอ่ะ แล้วหลังๆหนูทำตัวไม่ดีเอง คือเอาแต่ใจมากจนต้องทะเลาะกันทุกวันตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่แล้ว พีทมีอะไรจะปรึกษาก็ไม่ได้เพราะติดทะเลาะกันอยู่ เรื่องนี้หนูมีส่วนผิดด้วยแหละ

อย่าพยายามจมปลัก ลองมองในระยะยาว ว่าเราควรจะจมอยู่กับที่หรือว่าควรเลิก >> หนูมีส่วนผิดด้วยไง ก็เลยไม่ค่อยอยากไปบอกเลิกพีทเท่าไหร่ ^^! ไม่ได้งมงายนะ แต่แบบหนูทิ้งพีทในตอนนี้ไม่ได้อ่ะ จริงๆแล้วน่ะจะเลิกกันก็ได้ แต่ก็ยังรักพีทอยู่ สามปีมันมีอะไรเยอะแยะเลยนะพี่ อะไรที่คนอื่นไม่มีวันรู้อ่ะ ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะเหมือนกัน ถ้าพีทเลือกแล้วไม่ใช่เราก็จะไปโดยดีนะ

ตอนนี้หนูไม่ได้ทุกข์ถึงขนาดต้องคลั่งเหมือนแรกๆแล้ว ค่อนข้างจะไปทางเฉยๆแล้วด้วยอ่ะ วันนี้ก็คุยกับพีทเหมือนปกติ บางอย่างถ้ามันเกินกำลังเราแล้วก็ทำได้แค่ปลงแหละเนอะ ^^!

ถ้าพีทบอกเลิก หนูก็จะหายไปแต่โดยดีเลย ปกติก็ไม่ใช่คนประเภทรังควานชาวบ้านอยู่แล้ว ไม่อยากให้ใครทำไม่ดีกับเรา เราก็จะไม่ทำไม่ดีกับใครก่อน เพราะงั้นก็คงจะไปหาอะไรทำให้มันลืมๆไปอ่ะนะ

แต่ถ้าพีทคบต่อ ก็ยินดี จะเดินไปด้วยกันไม่ทิ้งพีทไว้ข้างทางแล้ว คะน้าผิดตรงที่ชอบเป็นคนเดินนำหน้าคนอื่นอ่ะ เรื่องนี้ก็เป็นบทเรียนที่ดีล่ะเนอะ

ไม่ได้เสแสร้งเป็นคนดีนะ แต่วันนี้มาลองนึกๆ ตัดอะไรหลายๆอย่างออกไปจากห้วงความคิด มันก็ได้ออกมาเป็นแบบนี้แหละ ก็ต้องรอดูต่อไปว่าพีทจะทำยังไง

ขอให้ติดทีเทิ้ดดดดด ขี้เกียจพิมพ์ใหม่
#14  by  PLARIEX At 2006-02-28 01:56, 
ผมเข้าใจครับ และก็เคารพในการตัดสินใจของปลา (ก็แน่นอน ผมมันคนนอก เหอๆ)

ไม่ว่าผลลัพธ์จะลงเอยอย่างไร ขออวยพรให้ปลาได้รับสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขที่สุดสำหรับปลาในระยะยาวนะ
#15  by  Gow27 At 2006-02-28 01:59, 
อาเมน....
#16  by  Gomora (202.91.23.1) At 2006-02-28 11:22, 
เป็นเรื่องปกติน่ะครับ ไม่มีใครสมบูรณ์ดีพร้อมไปเสียทั้งหมด ก็ต้องมีขัดใจ มีผิดใจกันบ้าง .. เขาก็มีข้อเสีย เช่นเดียวกันกับเราที่มีข้อเสียเช่นกัน

แต่ไม่ได้หมายความว่า การมีข้อเสียของเรานั้น.. สมควรแล้วกับการที่อีกฝ่ายที่คบกันจะนอกใจเราไปหาคนอื่นได้ .. พี่ว่ามันมากไปน่ะครับ

ความรักน่าจะเป็นการให้สิ่งดีๆต่อกัน ไม่ใช่การพยายามคิดกดถ่วงตัวเองลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีเท่าเทียมกันกับความไม่ดีที่เขาทำกับเรา

บางทีเราควรจะมี ความหยิ่งทะนงในตัวของเราเองบ้างครับ ชีวิตของเรา เราเลือกเดินเองได้ .. ความสุขจากใจ เราทำให้มีได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่รอคอยแต่คำตอบจากอีกฝ่ายอยู่ข้างเดียว แล้ววิ่งตามเขาอยู่อย่างนั้นน่ะครับ

ที่พูดนี่ ไม่ได้ตำหนินะครับ เพียงแต่อยากให้น้องได้สิ่งดีๆคู่ควรกับความจริงใจที่น้องมีให้ใครสักคนเท่านั้นครับผม.. ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม อยากให้น้องมีความสุขกับทางที่น้องเลือกเดินครับผม
#17  by  ข่าน At 2006-02-28 16:07, 
ผมไม่ได้คิดว่า "เขาคนนั้น"มันเลว หรือถ่วงความเจริญ ขนาดที่ข่านว่าหรอกนะ.......

มันก็มีข้อดีของมันอยู่ จะเสียก็เรื่องแบบนี้เรื่องเดียวนั่นล่ะ

#18  by  Gomora (202.91.23.1) At 2006-03-01 14:02, 
อ๋อ เปล่าครับ ผมมองในแง่ว่า ลักษณะความคิดที่ ปลา มีกับตัวเองน่ะครับ เหมือนเขาจะพยายามคิดกับตัวเองในแง่ลบกดตัวเขาเองไว้ เพื่อไม่ให้รู้สึกผิดหวังมากเกินไป .. ยังไงดี เหมือนว่า หวังน้อยลง เพื่อจะได้ไม่ต้องผิดหวัง มันก็ดีครับ แต่มากไปแล้ว บางทีมันก็อาจจะเหมือนการทำร้ายตัวเองเสียเปล่า อย่างนี้น่ะครับ ไม่ถึงกับว่า.. "เขาคนนั้น" มาถ่วงชีวิตอะไรของ ปลา แต่ อยู่ที่ใจของน้องเขาเองมากกว่าอะ

ยังไงคนๆนั้นก็เพื่อนกัน ไม่ได้คิดอะไรในแง่ลบมากมายอยู่แล้ว แต่อยากให้หาทางออกที่ดีกับทุกๆฝ่ายน่ะครับ
#19  by  ข่าน At 2006-03-01 18:53, 
ตามใจพี่เก้า
พี่เก้าช่วยเฟิร์สมาตลอด

เพราะงั้นอะไรที่ช่วยพี่เก้าได้
ทำทั้งนั้น

แต่ตอนนี้ เราก็เอาตัวไม่รอดดดด
ช่วยที
เพิ่งเข้ามาอ่านblog ของคุณครั้งแรก เขียนเก่งมาก ^^ ไว้มาใหม่นะคะ
#21  by  Natcha (58.10.218.14) At 2006-03-04 00:16, 
อย่ามั่นใจในตัวเองมากขนาดนั้นนนน

ใจผู้หญิงน่ะ ยากแท้หยั่งถึง รู้ป่ะ

อย่างที่ Gow27 บอกว่าเธอคนนั้นเป็นแค่คนรู้จัก เพราะฉะนั้นคงไม่เจอกันบ่อยมากนัก ปฏิสัมพันธ์ก็คงมีน้อย

เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดกับเราเหมือนกัน(แต่ เรา..ในฐานะผู้หญิงนะ) เราค่อนข้างแน่ใจว่าเธอคนนั้นไม่ได้รักหรือชอบนายขนาดนั้น อาจจะแค่รู้สึกสบายใจที่อยู่ใกล้ในฐานะเพื่อนคนนึงเท่านั้น แค่ไปช่วยซื้อของ กินข้าวเอ้งง ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีซะหน่อย...

no no อย่าหมกหมุ่นเรื่องนี้มากเน้อ

#22  by  Dezy69 (58.8.57.144) At 2006-03-18 20:42, 
คุณ Dezy คิดผิดแล้วล่ะ

เพราะผมรู้จักคนๆ นี้มานานมากๆ แล้ว ที่เล่าก็กั๊กรายละเอียดไว้เยอะด้วย เพื่อมิให้สืบสาวถึงตัว เหอๆ
#23  by  Gow27 At 2006-03-20 22:55, 
อย่างที่บอก ใจคนยากแท้หยั่งถึง
ขนาดตัวเราเอง บางครั้งเรายังไม่รู้จักตัวเองเลย อย่าคิดว่าเรารู้จักคนอื่นดีกว่าตัวเอง...
ไม่ได้เข้ามาท้ารบนะ แต่อยากให้ลดความเป็นตัวตนบ้างก็ดี
#24  by  Dezy69 (202.44.7.67) At 2006-03-21 17:08, 
ถ้าเขียนทุกอย่างลงในนี้ ถ้าเจ้าตัวแวะมาอ่านคงรู้ชัวร์ๆ ดังนั้น เนื้อหาคำพูดบางอย่างก็เลยต้องมีการดัดแปลงเลี่ยงๆ ออกไป แต่กรณีนี้เรื่องความชอบผมไม่ได้เข้าใจผิดหรอกครับ (แต่ในความรู้สึกผม คิดกับเธอเหมือนแค่คนรู้จัก)

ใจผู้หญิงไม่ได้ยากแท้หยั่งถึงขนาดนั้นหรอกครับ เพราะจริงๆ แล้วใจทุกคนนั่นแหละที่ดูยากและมีเงื่อนปมมากมายสุดจะคาดเดา ... เพียงแต่ ... ผู้ชายมักแสดงท่าทีออกมาแบบไม่ละเอียดอ่อน ไม่คิดจุกจิก ส่วนผู้หญิงจะเก็บงำไว้ ซึ่งต้องขึ้นกับลักษณะนิสัยของแต่ละคน
#25  by  Gow27 At 2006-03-21 17:59, 
Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram
#26  by  ultram (72.36.223.73) At 2006-04-11 10:30, 
ปไคโฒ๑ฐ๗ควคขค๋กขฅชฅ๓ฅ้ฅคฅ๓ฅทฅ็ฅรฅืคฮฅอฅรฅศฅ๏กผฅฏ มดน๑ECถจตฤฒ๑คฌNPOหกฟอฒฝ1
#27  by  Tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-28 21:13, 
Well done!
#28  by  tramadol (72.36.223.73) At 2006-05-07 01:59, 
very best blog!
#29  by  paxil cr (72.36.223.73) At 2006-05-07 06:56, 
Hi man!
#30  by  tramadol (67.186.144.112) At 2006-11-16 05:19, 
ความรู้สึกที่ผู้หญิงชอบผู้ชาย แล้วบอกออกไป มันผิดมาก จนไม่สามารถคบกันต่อไปได้เลยเหรอ แปลกเน๊อะ ทั้งที่มันคือความรู้สึกที่ดี

ผู้ชายคนที่เราชอบ พอเราบอกไปเค้าก้อทำไม่สนใจ เฉยชากับเรา เราถามบอกว่าไม่ได้คิดอะไรด้วยนะ เห็นเป็นน้องสาวคนนึ่ง เท่านั้นแหละ

สำหรับเรา เราไม่อยากเป็นอะไร ทำไมเราต้องทำอย่างที่เค้าบอกด้วย ว่าให้เป็นอะไรก็เป็นกัน

คุณไม่คิดกลับกันบ้างเวลาชายชอบหญิง ก็อยากเข้าไปจีบ ไปอยู่ใกล้ กินข้าวด้วย อยากเห็นหน้า แต่พอเพื่อนคุณที่เป็นหญิงเค้าทำบ้างคุณกับรังเกียดที่จะเปิดใจกับเทอ ไม่รับสายเทอ หนีเทอ เฉยชากับเทอ คุณรู้ไหมว่ามันเจ็บขนาดไหนที่คุณทำยังนั้น เค้าใจจะขาดให้ได้ เค้าเป็นห่วงคุณ เมื่อโทรไม่ติด เค้าอยากถามคุณว่าอยู่ไหน ถึงไหนแล้วเพราะว่าเค้าเป็นห่วงคุณจริงๆ จำไว้ผู้ชายทั้งหลาย
#31  by  หวาน (124.121.248.146) At 2008-05-22 16:49, 

<< Home