2005/May/26

เผอิญว่าวันนี้ได้ไปเยี่ยม Blog ของทิงมา http://trigger.exteen.com/20050526/relationshipเห็นมีคนตั้งประเด็นถึงเรื่องภพชาติ อันเป็นปัญหายอดฮิตของคนทั่วไป คำถามหนึ่งซึ่งผมได้ยินมานานนักหนาแล้ว ก็คือ "ถ้าการเวียนว่ายตายเกิดมีจริง ทำไมคนถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ?" ดังนั้น Entry นี้จึงขออนุญาตมาพูดคุย เปิดกระทู้กันเรื่องนี้ละกันครับ ใครคิดอย่างไร แสดงความเห็นแลกเปลี่ยนกันตามใจชอบเลยนะครับ

ก่อนจะคุยกัน ขอแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "กรรมพยากรณ์ - ตอนชนะกรรม" แต่งโดย ดังตฤณ นามปากกาของพี่เขา

อยากเชียร์ให้คนอ่านเรื่องนี้เยอะๆ นะ หัวข้อเรื่องอาจจะชวนดูเหมือนเรื่องศาสนาซ้ำซากน่าเบื่อ แต่จริงๆ เป็นนิยายที่อิงความจริง (ตามหลักการ) และประสบการณ์ของผู้เขียนที่ปฏิบัติธรรมมานานหลายปี (เขาลือๆ กันในหมู่สานุศิษย์ของผู้ประพันธ์เรื่องนี้ว่า เป็นพระโสดาบัน ตั้งแต่ 8 ปีก่อนแล้ว หยึย~) โดยส่วนตัวผมไม่ทราบ และไม่ใช่สาระที่จะไปรู้ว่าเขาเป็นพระอริยะหรือเปล่า ขอให้มีเนื้อหาที่น่าสนใจและอ่านสนุกก็พอครับ เหอๆ

สำหรับเรื่องกรรมพยากรณ์ เป็นนิยายเกี่ยวกับเรื่องความรักนะ ใครที่กำลังมีความรักหรือคิดหนักเรื่องปัญหาหัวใจ บวกกับชอบ 'ดูหมอ' เป็นอาจิณ (ไม่ว่าจะบันเทิงหรือปักใจเชื่อก็ตาม) ตัดใจควักตังค์ซื้อเรื่องนี้ไปอ่านเลยครับ อย่าคิดมาก แค่ 300 บาท (แค่เรอะ ?!) แต่รับรองไม่ผิดหวัง (โฆษณาซะ)

ลานดาว นางเอกของเรื่องเป็นนักศึกษาสาวที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างทั้งรูปสมบัติ มนุษย์สัมพันธ์ และพรสวรรค์ทางดนตรีสามารถโลดแล่นในวงการบันเทิงได้ประดุจดาวจรัสแสง แต่ไฉนเธอจึงดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข บนทรัพย์สมบัติกองเงินกองทอง และความร่ำรวยของพ่อแม่ที่เป็นถึงครอบครัวนักธุรกิจใหญ่ได้

มีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาจีบ เธอเองก็ไม่ใช่คนอ่อนโลก จึงถือว่าตัวเองเป็น 'ผู้เลือก' ที่อยากจะรับใครเข้ามาในชีวิต หรือจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ตามปรารถนา แต่เธอกลับเริ่มสงสัยว่า รักแท้นั้นจะหาได้จากไหน และจะทราบได้อย่างไรว่าใครคือ 'คนที่ใช่' สำหรับเธอ จากบรรดาผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจำนวนหลายสิบหลายร้อยที่หมายปอง แถมยังมีหมอดูปากกล้า ที่ฟันธงอนาคตเธอว่า เธอจะเจอเนื้อคู่ตอนอายุ 40 นอกนั้นจะเป็นพวกหาเศษหาเลย เบี้ยใบ้รายทาง !

ปากเธอประกาศกร้าวว่าไม่เชื่อ ด้วยความหงุดหงิดประหนึ่งกำลังถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่ใจเธอแอบหวั่น เครียดต่อคำทำนายนั้น เธอจะไม่มีวันอับจนหนทางในความรักหรอก และจะไม่มีวันให้ชะตากรรมมาสั่งเธอได้ !

ลองไปอ่านดูนะครับ อิอิ


กลับมาตอบประเด็นหลักก่อนดีกว่า ออกนอกเรื่องไปยาวเหยียด ที่สงสัยว่าอดีตชาติมันมีจริงเหรอ เพราะทำไมประชากรมนุษย์ถึงได้เพิ่มขึ้น ตอบได้ 3 ประการครับ

ข้อแรก เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นจนแทบจะล้นโลก เราทราบไหมว่าสัตว์ต่างๆ จำนวนมาก ทั้งแมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำมากมาย สูญพันธุ์ลงไปกี่ชนิดแล้ว (จุลินทรีย์กับพืชไม่นับครับ เพราะทางธรรมถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่ไม่มีจิตกับเจตสิก จึงไม่ใช่สัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดได้ แค่เกิดมาตามอำนาจของอุตุนิยาม หรือสภาพแวดล้อมอันเหมาะสม ผนวกกับพีชนิยาม คือกระบวนการทางชีววิทยา)

เมื่อความต้องการอุปโภค บริโภค มากขึ้น ทรัพยากรของโลกเช่น ป่าไม้ แหล่งน้ำ แร่ธาตุต่างๆ หรือสิ่งอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติก็ถูกทำลายลงเป็นเงาตามตัว กล่าวว่า เมื่อระบบนิเวศเช่นป่าถูกโค่นลงไปเพียง 1/4 วัฏจักรของสัตว์ก็แปรปรวนพลังทลายลงไปเกือบ 50% แล้วครับ บางสายพันธุ์ก็ตายลงอย่างเงียบๆ ค่อยๆ หายไปจากสารบบ หายไปจากความทรงจำของคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะสัตว์ที่อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารที่มีอาณาเขตหากินกว้างนี่ก็จะอดตายถ้ามีกำลังก็อพยพย้ายไปป่าอื่น

ดังนั้น เมื่อมนุษย์มากขึ้น ก็ต้องถามว่าบรรดาสัตว์ป่าต่างๆ หายไปไหน

ข้อสอง หมู่สัตว์ในพุทธศาสนา มีถึง 31 ภูมิครับ เท่าที่เราทราบและมีรูปร่างในมิติเดียวกับเรา คือเท่าที่ตาจำแนกแสงได้ตามแสงสเป็กตรัม 7 สี แล้วก็อยู่ในขอบข่ายความถี่ที่โสตประสาทรับรู้ได้ มีเพียง 2 ประเภท คือ มนุษย์กับสัตว์เดรัจฉานเท่านั้น อีก 29 ประเภท เป็นของสิ่งลี้ลับอื่นๆ ที่เรามองด้วยตาที่ไม่ใช่ทิพยจักขุไม่เห็น (วิธีฝึกฝนให้ได้ตาทิตย์ ถ้าสนใจจะอธิบายให้ทีหลัง) สื่อสารไม่ได้ แถมมิติเวลาก็อยู่คนละกรอบอ้างอิงกัน คือมีเวลาเหลื่อมล้ำกัน จึงมีปัจจุบันและอนาคตที่ไม่ซ้อนทับกันพอดี

มันแทรกอยู่ทั่วไปในอณูต่างๆ ของโลกนรกหรือสวรรค์อาจไม่ได้อยู่ลึกลงไปใต้ดิน หรือตั้งตระหง่านอยู่บนท้องนภาเสมอไป แต่เป็นคนละระนาบมิติที่ขนาบอยู่กับโลกสสารของเรา แม้แต่จักรวาลที่เป็นสูญญากาศก็ไม่ปลอดจากสัตว์เหล่านี้ เพราะมันไม่ต้องใช้ออกซิเจนหรือธาตุในตารางธาตุในการดำรงชีวิต ยกเว้นกรณีอีกฝ่ายต้องการสำแดงตนเพื่อจะสื่อสาร หรือไม่ก็ตัวเรามีจิตสดชื่นผ่องใสพอจะรับสารนั้นได้ จึงพบเห็นโดยบังเอิญ

สิ่งลี้ลับนี้ก็ตัวอย่างเช่น สัมภเวสีต่างๆ, สัตว์นรก, เปรต, เทวดาหรือเทพต่างๆ, พญานาค (นักวิทยาศาสตร์ตามจับพญานาคยังไงก็ไม่เจอหรอกครับ) เป็นต้น ดังนั้นสาเหตุที่มนุษย์เพิ่มจำนวนก็อาจมาจากการถ่ายเทระหว่างมนุษย์กับสัตว์ในภพอื่นๆ ก็ได้

เช่น ที่เราเห็นจิตใจของคนเดี๋ยวนี้สกปรกลง ทำตามแต่สัญชาติญาณดิบ อาทิ มั่วเซ็กส์, เจ้าอารมณ์, มีโมหะจริต, แคร์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล, ผิดศีล 5 เป็นอาจิณ เป็นเครื่องสะท้อนได้ว่าสัตว์เดรัจฉานจำนวนมาก จุติเป็นมนุษย์บนโลกนี้แล้ว ถึงได้สร้างความวุ่นวายต่างๆ ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นมากมาย ประหนึ่งคำหยาบที่เราชอบๆ พูดกันว่า "คนใจสัตว์ เดี๋ยวนี้มันเยอะ" เป็นต้น

คำว่า "ไอ้สาด" ก็แพร่หลายขึ้นด้วย

ข้อสาม พระสัพพัญญุตญาณของพระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นว่า โลกมิใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ยังมีจักรวาลอื่นๆ อีกมากมายและดาราจักรที่รวมแกแลคซี่หลายแห่งอันประกอบด้วยสิ่งมีชีวิต เพราะหากสถานที่นั้นๆ ประกอบด้วยเหตุปัจจัยทางธรรมชาติที่จะอำนวยผลให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้ ที่นั่นก็ต้องมีสัตว์ต่างๆ กำเนิดและดำเนินไปตามสภาพครับ ทฤษฎีวิวัฒนาการก็รวมอยู่ในหลักการอันเป็นธรรมนิยามนี้

ดังนั้นคำว่า 'ชมพูทวีป' เข้าใจใหม่ว่ามิได้หมายถึงแต่ประเทศอินเดีย แต่หมายถึงดินแดนซึ่งมีความเจริญทางวัตถุและจิตใจสูงส่งพอที่ผู้ตรัสรู้ธรรมจะเกิดขึ้นได้ และสิ่งทรงภูมิปัญญาระดับมนุษย์เราหรือเหนือกว่านั้น ญาณทรรศนะของพระพุทธเจ้าที่ทรงแผ่ขยายออกไปเพื่อเล็งเห็นตรัสว่า มีอยู่ 4 โลกครับ :)

ขณะนี้เราก็เป็นเพียง 1 ใน 4 โลกที่มีภูมิปัญญาเท่านั้น จากมหาจักรวาลนับล้านๆ แห่งที่เป็นอินฟินิตี้

จริงๆ ถ้าพระองค์ใช้ญาณตรวจไปเรื่อยๆ ก็คงพบข้อมูลน่าสนใจอีกมาก แต่พระองค์ไม่เห็นสาระจากสิ่งเหล่านี้ อันมิใช่ทางพ้นทุกข์ หรือเป็น "ใบไม้นอกกำมือ" เป็นเพียงทางสนองตัณหา ความใครได้อยากรู้ ของมนุษย์อันไม่สิ้นสุดเท่านั้นเอง จึงจัดเป็นเรื่องของ 'โลกวิสัย'หนึ่งในเรื่องอจินไตย ทั้ง 4 ข้อ

Gow27

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สนุกดีครับ...ผมเห็นด้วยกับที่บอกว่า สัตว์มาเกิดเป็นคน นะ มองๆดูแล้วมันก้อจิงแฮะ




จามาติดตามครับ
#1  by  ปาม มี่ ♫ At 2005-05-26 18:42, 
กี๊ซซซซซซ ขอยืมอ่านหน่อยสิคะ 555 (ล้อเล่นก่ะ)

*0* โฮกก ไว้จะลองไปหาๆอ่านดูค่า ขอบคุณที่แนะนำกี๊ซ
#2  by  ~ K o t o k o ~ At 2005-05-26 19:15, 
เขียนได้เข้าใจง่ายดีจัง แต่ว่า ขอโทษนะค่ะ ถ้าจะบอกว่า ฮามากๆ ตรง "ไอ้สาดดดดดดดดด" เนี่ย ฮ่าๆ

#3  by  นู๋เฟย์ At 2005-05-26 19:43, 
ครับ ก็ตามที่ 9 พูดเอาไว้ .. การเวียนว่ายตายเกิด คือ การที่ดวงจิตมาเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตตามบุญตามกรรมที่ตนเคยทำไว้ อย่าคิดแค่ว่า ใครเกิดเป็นมนุษย์แล้วจะเวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์อยู่อย่างเดียวเท่านั้น ในโลกนี้ยังมีสัตว์ต่างๆอีกมากมาย แล้วไหนจะดวงจิตที่อยู่ใน สวรรค์ อยู่ในนรกอีก .. ดังนั้น ดวงจิตต่างๆที่มีโอกาสจะมาเกิดเป็นมนุษย์ยังมีอีกมากมายหาประมาณไม่ได้ การนับแต่จำนวนมนุษย์เอาอย่างเดียวเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวกันเลย

ในเมื่อดวงจิตจากสัตว์หรือภพอื่นสามารถมาเกิดเป็นมนุษย์ ในทางกลับกัน .. หากมนุษย์นั้นทำกรรมชั่วไว้มาก ก็มีโอกาสกลับไปเกิดเป็นสัตว์ด้วย

ภพชาติต่างๆที่เราเวียนว่ายตายเกิดมีมานานมากแล้ว ผ่านมาหลายภพหลายชาตินับกัปนับกัล เวียนว่ายอยู่ขึ้นๆลงๆอย่างนี้ เราเคยขึ้นสวรรค์ เคยลงนรก เคยเป็นมนุษย์ และ เคยเป็นแม้แต่สัตว์เดรัจฉาน แต่นั่นก็คืออดีตชาติที่ผ่านมาแล้ว ในปัจจุบันชาติ เรามีโอกาสดีได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง ก็รีบขวนขวายทำความดีสั่งสมเอาไว้ดีกว่า อย่าให้ภพชาติของการเป็นมนุษย์นี้สูญเปล่าเลย
#4  by  ข่าน At 2005-05-26 20:28, 
#5  by  PaTrip At 2005-05-26 20:41, 
It's good to know that you're still 'living' in this world na The story sounds sooo interesting!! Might try to find it when I get back! Will comment later..now I need to revise for my RE GCSE tomorrow ><!! See ya!
#6  by  วี่จัง At 2005-05-27 01:45, 
กลับมาอัพบล็อกทีนึง ก็นำพาเรื่องน่าทึ่งทิ้งไว้เป็นตะกอนในใจคนอ่านเชียวนะครับ
มีคำถามคือ
ที่เคยบอกไว้
เมื่อจบชีวิตลง ชีวิตนึงจะกลายเป็นชีวิตนึง ในภพภูมิที่สูงกว่า ต้องทำกรรมดี? จิตใจผ่องใส?

นั่นแปลว่า ชีวิตในภพภูมิอื่นๆ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า สัตว์ ทำกรรมดีกันมากมาย จนได้เกิดเป็นมนุษย์กันทั้งนั้น เช่นนั้นหรือ?
#8  by  gomora At 2005-05-27 09:03, 
เกือบลืม!!
ลูกพี่ไปดูดวงกัน *0*~
#9  by  gomora At 2005-05-27 09:04, 
พวกเค้าอาจจะตายเร็วจนไม่มีโอกาสทำกรรมชั่วมั๊งลุง...เลยมาเป็นคน โอกาสทำชั่วมากกว่าจะได้กลับลงไปเกิดเป็นพวกข้างล่างอีก LOL
#10  by  กระรอกโฉด At 2005-05-27 09:39, 
ลองนึกดูถึงความทรมานของการเกิดเป็นสัตว์ผู้ล่า


สัตว์ที่ต้องเกิดมาเพื่อ "ฆ่า , กิน" สัตว์อื่นโดยเฉพาะ


อีกกี่ชาติเล่าถึงจะมีโอกาสได้ทำความดี


ความน่ากลัวมีมากกว่านั้น ถึงชาตินี้จะเป็นคนดีแล้วมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง , แต่ชาติหน้าเราก็ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว

ใครจะรุ้ว่าเราจะเข้าใจกฏแห่งกรรม ,และธรรมมะได้ดีเท่าชาตินี้ อาจจะมีอะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลง หรือคนที่สอนเราผิดๆ จนเรากลายเป็นฆาตรกรไปเลยก็ได้


แล้วถ้าอีก 1000 ปีมนุษย์ยังอยู่ ,แต่เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีคนสอนศาสนาแล้ว...

มืดมนจริงๆ
#11  by  PaTrip At 2005-05-27 13:42, 
ผมไม่คิดว่า การเข้าถึงหลักความจริง ของพุทธ ต้องการคนสอนศาสนานะ

มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่เป็นเหตุเป็นผลกันทั้งหมดอยู่แล้ว
หากตั้งใจศึกษา ครุ่นคิดด้วยตัวเอง
น่าจะโน้มเอียงไปทาง ธรรม กันได้เอง

ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า ?

ปล. ดูดวงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
#12  by  gomora At 2005-05-27 14:29, 
ถ้าศึกษาแนวทางเกี่ยวกับธรรม
มักจะค้นหาคำตอบได้ด้วยตัวเองเสมอแหล่ะ
เพราะทุกเรื่องเป็นเหตุเป็นผลกันเสมอ

ทำกรรมใด ย่อมได้รับกรรมเช่นนั้น
เพียงแต่จะช้ารึเร็ว

ที่ว่าสัตว์สามารถมาเกิดเป็นคนได้นั้น
เพราะสัตว์ทำกรรมดี?

อันนี้ตามที่คิดส่วนตัว ไม่รู้ถูกหรือเปล่า
รอพี่เก้ามาตอบอีกทีนะ

คือการที่เราไปเกิดในภูมิที่ต่ำกว่าคน
ซึ่งนั่นก็คือสัตว์ แสดงว่าจิตของเราต้องตกต่ำเพียงพอที่จะลงไปอยู่ในส่วนนั้น
หรือไม่ก็เกิดกรรมที่รุนแรงเพียงพอ

และทั้งจิตและกรรมรวมกัน ส่งผลมากกว่ากรรมดีที่ทำมา
จึงส่งผลออกมาในรูปการเกิดเป็นสัตว์

เมื่อเราเกิดเป็นสัตว์
ไม่มีความคิด จึงไม่อาจรู้ผิดชอบชั่วดี

ซึ่งเมื่อตายไป ก็ถือว่าใช้กรรมหมดไปส่วนหนึ่ง

หากกรรมดีส่งผลแรงกว่า ก็จะทำให้เรากลับมาเกิดเป็นคน

แบบนี้พอจะเข้าใจถูกไหมเนี่ย พี่เก้า?
#13  by  ~Trigger~ At 2005-05-27 15:02, 
อืม เหตุผลเข้าท่า ผมยอมรับได้

#14  by  gomora At 2005-05-28 00:52, 
ตอบความเห็นต่างๆ ตามสมควรนะครับ :)

Kotoko

ยืมได้นะหลิง แต่รออ่านต่อจากพีทละกันนะ แต่ทางที่ดี ซื้อเก็บเองเลยดีกว่า รับรองว่าคุ้ม

เฟย์

เดี๋ยวจะไปตอบเรื่องราวของน้องใน Blog ทิงแทนละกัน

Vi-chan

เชค pm และ blog ตัวเองด้วยนะ

ปัญหาอื่นๆ จะหยิบยกไปตอบใน entry ถัดไปนะ ตามกันไปเลย !
#15  by  Gow27 At 2005-05-28 20:25, 
ttttttttttttttttttttttt
#16  by  test (203.185.68.5 /203.185.68.28) At 2005-11-23 15:12, 
Meaning science is the study of how chemical substances!
#17  by  buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-11 03:54, 
Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram
#18  by  ultram (72.36.223.73) At 2006-04-11 06:12, 
You wouldn't xanax be asking How did not sold and buy xanax online!
#19  by  xanax (72.36.223.73) At 2006-04-16 00:56, 
Miller I mean the events in this-wait a look at. He sighed bellowed in the damaged French twist showing off
#20  by  buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-16 11:14, 
ปไคโฒ๑ฐ๗ควคขค๋กขฅชฅ๓ฅ้ฅคฅ๓ฅทฅ็ฅรฅืคฮฅอฅรฅศฅ๏กผฅฏ มดน๑ECถจตฤฒ๑คฌNPOหกฟอฒฝ1
#21  by  tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-28 21:08, 
Even in the age of information it is often hard to find exactly what you want on the web
#22  by  valium (64.92.171.106) At 2006-05-05 10:44, 
Well done
#23  by  ultram (72.36.223.73) At 2006-05-05 11:58, 
Great site!
#24  by  bontril (72.36.223.73) At 2006-05-06 20:04, 
very best blog!
#25  by  paxil cr (72.36.223.73) At 2006-05-07 08:37, 
Very best blog!
#26  by  valium (72.36.223.73) At 2006-05-19 16:16, 
Hi! best! :)
#27  by  valium (72.36.223.73) At 2006-05-20 09:36, 
Hi man!
#28  by  tramadol (71.75.142.170) At 2006-11-16 05:32, 
สุดยอดหนังสือ ที่เจ๋งที่สุดในชีวิต(รับรองว่าถ้าใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้เเล้วจะมีเเนวคิดในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปเลยนะครับ ผมรับรอง) อ่านมาเเล้ว ชอบมาก เเถมได้มีโอกาสได้นั่งคุยกับคุณ ดังตฤณ ตัวจริงมาเเล้ว พี่เค้าสุดยอดมากๆ เป็น"ฮีโร่"ที่มีอยู่จริงของผมเลย...หามาอ่านกันให้ได้นะครับ
#29  by  aoil (124.121.181.217) At 2008-07-19 06:10, 

<< Home