2008/Jul/08

หายไปพักใหญ่ เพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับการเข็นหนังสือแปลเล่ม 2 ของผมให้ได้วางแผงนะครับ (เล่ม 1 ทำอยู่เกือบ 6 เดือนแต่เจอมรสุมด้านลิขสิทธิ์ ยังเข็นไม่ออกจนบัดนี้)  ซึ่งกว่าเล่มสองนี้จะเสร็จได้ ต้องเรียกว่าเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็น

 อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์ก็ได้เริ่มทยอยวางแผงตามร้านค้าต่างๆ ให้ได้ยลโฉมกันแล้ว แถมยังขายหมดเร็วจนต้องตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 2 อีกด้วย

ชื่อหนังสือ คือ "กล้าฝัน กล้าทำ" แปลมาจากหนังสือภาษาอังกฤษเรื่อง "Dare to Dream ... and Then Do it" ประพันธ์โดย John C. Maxwell นักเขียนอันดับหนึ่งของนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งพี่แกก็ออกหนังสือมาหลายเล่มแล้ว แต่ก็โดน อธิเดช นิมมานเหมินท์ ผู้นี้แปลไป 2 เล่มแล้วเหมือนกัน (ประมาณว่าผูกขาดหนังสือของคนๆ นี้ไปเลย ฮ่าๆ)

นี่คือหน้าปกนะครับ

 

เนื้อหาของหนังสือ จะเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้คนเรารู้จักตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง ซึ่งเมื่อตั้งเป้าหมายขึ้นมาทั้งที ก็ควรจะเป็นเป้าหมายที่สมควรแก่การเรียกว่า "ฝัน" 

เมื่อฝันแล้วก็ต้องลงมือทำให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นมันก็คงไม่มีความหมายใช่ไหม?

นอกจากนั้น หนังสือจะสอนให้เรารู้จัก "ฝัน" อย่างถูกวิธี และคอยแนะแนวตั้งแต่คุณเริ่มสร้างวิมานในอากาศจวบจนกระทั่งวิมานของคุณเป็นรูปเป็นร่างและเสร็จสมบูรณ์ในท้ายที่สุด 

ลองอ่านดูเถิด แล้วช่วยบอกทีว่าเป็นยังไงบ้าง   

(ปล. ทำใจว่ามันคือหนังสือแปลที่เน้นการกระตุ้นให้กำลังใจตัวเองเป็นหลักนะ)

(ปล2. ติดต่อสนทนา เรื่อง เนื้อหาหนังสือ, งานเขียน, งานแปล, หรือรับจ้างแปล ได้ที่ gow_27@hotmail.com )

edit @ 8 Jul 2008 15:47:58 by Gow27

2006/May/19

เห็นเขาเล่นกันเยอะ ขอเอาบ้าง

แค่ 12 ข้อพอ ฝากด้วยนะครับ

http://gow27.funtest.biz/

2006/Apr/21

เช้าวันนี้ได้มีโอกาสไปงานบวชของทิง

มีคนไปร่วมด้วยพอสมควร นอกจากญาติคุณพ่อคุณแม่ พี่น้อง และบรรดาญาติผู้ใหญ่แล้ว คนในหมู่พวกเราใน AF, Exteen, หรือ คนการ์ตูน ที่ไปร่วมงาน ก็มี ผม, ทริป, Gomora (ลุง), Zeryu (ออม) และ ช้าง (เพื่อนผม) โดยผมขับรถไปรับลุงกับออมที่สถานี BTS อารีย์ จากนั้นเราก็มุ่งตรงไปที่วัด ซึ่งพิธีบวช เริ่มเวลาประมาณ 7.00 น.

เมื่อไปถึง ก็ไม่รอช้า หลวงพ่อท่านพาทิงไปเปลี่ยนชุด ห่มผ้าอาบน้ำ แล้วก็ลงมือราดน้ำต่อหน้าทุกคน เพื่อเตรียมโกนผม ตรงนี้ค่อนข้างทำอย่างรวดเร็วมาก(ผมเลยใช้กล้องมือถือถ่ายเก็บภาพมาฝากครับ)




ราดน้ำชุ่มแล้ว จากนั้นหลวงพ่อก็ให้ญาติๆ และเพื่อนๆ วนเวียนมาตัดผมทิงด้วยกรรไกรก่อน ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนทุกคนจะให้ความสนใจอยากมีส่วนร่วมเป็นพิเศษ หลวงพ่อเลยถามว่า "คนไหนเป็นแฟนนาคเนี่ย ?" เล่นเอาทิงถึงกับเขินขึ้นมาซะงั้น (แต่ไม่มีใครยอมออกตัวว่าเป็นแฟนหรอกนะ 555+)

เมื่อตัดผมด้วยยาวๆ ออกไปพอสมควร ท่านก็เริ่มลงมือโกนศีรษะและคิ้วจนโล้นเกลี้ยงแถมมีเลือดซิบๆ เพราะโกนไปโดนสิว คิดว่าคนที่ไว้ผมยาวคงเสียดายผมตัวเองพิกล แต่ดูเหมือนทิงจะไม่ได้ดูแปลกออกไปเท่าไหร่ ระหว่างตอนศีรษะโล้นกับตอนที่ยังไว้ทรงปกติ ลองดูสิครับ





จากนั่นทิงก็ไปแต่งตัวเป็นชุดนาค เตรียมเข้าโบสถ์ ซึ่งระหว่างนั้นก็มีน้องๆ อีก 3 คนมาแจมด้วย แต่ขอโทษทีครับ จำชื่อไม่ได้อ่า ผู้หญิงรู้สึกจะชื่อน้อง "ยู" มั้ง เท่าที่เห็นดูเหมือนน้องๆ จะเกร็งกัน ไม่ค่อยกล้าเข้าไปคุย เพราะดูทิงสงบเสงี่ยมเป็นคนละคน ระหว่างนี้"ข่าน" ก็โทรมาติดตามผล จากสนามบินหนองงูเห่า




อ๊ากกก ถ่ายถึงรูปนี้ memory ของกล้องก็เต็มซะงั้น

เวลาประมาณ 8.30 น. ญาติๆ ก็แห่นาคเข้าไปในโบสถ์ มีการโปรยเศษตังแจกผู้มาร่วมงาน จากนั้นพิธีหลักก็เริ่มขึ้น ด้วยการขอขมาพระรัตนตรัย มีการสวดอาราธนาตนเป็นพระภิกษุ แล้วก็ถอดชุดนาคออก ห่มสบงจีวรแทน

สาระสำคัญของพิธีกรรมหลักๆ นั้น คือ การถามตอบเป็นภาษาบาลีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขออุปสมบทว่าพร้อมหรือไม่ ซึ่งสมัยพุทธกาลจะเป็นการสอบถามกันตรงๆไล่ไปทีละประเด็น

พระทิงสวดในพิธีได้ไหลลื่นมากๆ ทั้งที่ตอนแรกท่านออกจะกังวลอยู่หน่อยๆ แต่พอสวดแล้วก็แทบไม่มีติดขัดเลย แถมบทสวดยังยาวหลายสิบนาที ช่วงหลังๆ เริ่มสมาทานศีล 10 ข้อ (ศีลข้อหลักๆ ก่อน) แล้วก็มีบทสวดที่จะเป็นการถามตอบระหว่าง ภิกษุ บวชใหม่ กับ พระอุปปัชฌาย์(พระพี่เลี้ยงผู้บวชให้)เป็นต้นว่า "ท่านเป็นกระเทยหรือไม่ ?" "ท่านเป็นมนุษย์หรือไม่ ?" ทั้งนี้ เพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น พญานาค ซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉาน สวมรอยเข้ามาบวชแทนมนุษย์

เวลาประมาณ 9.20 น. Re-peat again (พีท) กับ เฟิร์ส ก็ตามมาแจม และผมก็มีโทรศัพท์เรียกตัวเข้าประชุมด่วน จึงขอแยกตัวกลับไป พร้อมๆ กับ ออม และ ลุงนุก ที่ต้องทำงานเหมือนกัน ... เสียดายมากๆที่ไม่ได้อยู่จนเสร็จพิธี

วันนี้ผมเห็นโยมพ่อโยมแม่ของหลวงพี่ปลาบปลื้มและดีใจมากๆ เลย
และหลวงพี่ทิงก็ดูเหมาะสมมาก ในสมณะเพศ
ตัวแทนสงฆ์ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา



ขออนุโมทนาหลวงพี่ทิงด้วยครับ สู้ๆ

Gow27 - ลาไปเยอรมันเน้อ